11 การให้อาหาร.png
 

การดูแลสัตว์เลี้ยงประจำวัน และการให้อาหาร

   ปัจจุบันนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ของหลายบ้านแถมยังเป็นเหมือนหนึ่งในทายาทของครอบครัวที่เตรียมพร้อมรับมรดกแล้วก็ว่าได้  เนื่องจากว่าสภาพสังคมของเรานั้นได้เปลี่ยนแปลงไป จากครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคนมาเป็นครอบครัวเดี่ยว จากสังคมชนบทมาเป็นสังคมเมือง เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไปจากเดิม จึงทำให้มีผลต่อสภาพจิตใจของคน เกิดความเหงา ความเครียดขึ้นมาได้ สิ่งหนึ่งที่จะเข้ามาทดแทน และดูแลจิตใจได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงต่าง ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ปลา การมีสัตว์เลี้ยงเป็นการตอกย้ำความรู้สึกตามธรรมชาติของคน ว่ามีความรัก และหวังดีต่อสิ่งมีชีวิตอื่น เพราะอย่างนั้นการดูแลเจ้าสัตว์เลี้ยงในทุกๆวัน ก็ต้องมีการคอยดูแลอาบน้ำ แปรงขน วิธีทำความสะอาด แต่ละส่วนของสัตว์เลี้ยงให้ถูกต้อง สามารถเริ่มทำได้เองที่บ้าน ซึ่งแนะนำให้เริ่มทำตั้งแต่สัตว์เลี้ยงเด็กๆ เพื่อให้เกิดความเคยชิน

 - การดูแลเส้นขนถือว่าสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดการจับตัวเป็นก้อนขน ซึ่งแมวอาจจะเผลอกินไปเพราะหลุดร่วงตามทาง และอาจจะทำให้อาเจียน หรืออุดตันในทางเดินอาหารได้ สำหรับสุนัขนั้นก้อนขนอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และพบไม่บ่อยครั้งมากนักแต่ก็ไม่ควรมองข้ามปัญหานี้ การแปรงขนนั้นควรแปรงอย่างน้อยทุกๆ วัน แม้ว่าน้องหมาหรือแมวขนจะสั้นก็ตาม

 - ตาและหูของสัตว์เลี้ยงนั้นยิ่งสำคัญมาก การดูแลจะต้องใส่ใจ ละเอียด และหมั่นสังเกตดูว่า จะต้องมีความชุ่มชื่น แต่หากพบความผิดปกติ เช่น เห็นเป็นรอยแดง ตาแห้ง หรือเหมือนตามีความระคายเคือง ควรนำไปพบสัตวแพทย์โดนด่วน วิธีทำความสะอาดสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงใช้สำลีชุบน้ำให้หมาด ค่อยๆ เช็ดอย่างระวังจากหัวตา มาหางตาอย่างเบามือ ซึ่งจะช่วยกำจัด และป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกที่ตกค้างรอบดวงตาของน้องนั่นเอง

 - สำหรับหู ก็ควรหมั่นเช็คเป็นประจำ เจ้าของควรที่จะพลิก เช็ค และดม หากได้กลิ่นเหม็นหรือพบความผิดปกติ เช่น ใบหูมีสีแดงเข้มกว่าปกติ มีแผลหรือเห็นถึงความอักเสบ หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์ในทันที

 - เล็บ ด้วยพฤติกรรมของเจ้าตูบที่ต้องออกไปวิ่งเล่น ฝ่าฟัน และผจญภัยนอกบ้านบ่อยครั้งนั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตัดเล็บบ่อยนัก แต่จะแตกต่างไปสำหรับเจ้าเหมียว ที่ส่วนใหญ่อยู่ติดบ้าน และเน้นการเดินมากกว่าวิ่ง ก็ไม่ควรให้ยาวเกินไป เพราะอาจข่วนคนอื่นๆ และเป็นแผลกับตัวแมวเองได้ ควรตัดเล็บอย่างน้อยเดือนละครั้ง

 - ฟัน หลายคนอาจมองข้ามการแปรงฟันของสัตว์เลี้ยงไปเลย แต่ฟันของสัตว์เลี้ยงก็เหมือนกับคนที่ต้องมีการดูแล รักษาความสะอาด สำหรับสุนัขควรจับมาแปรงฟันในทุกวัน ส่วนแมวนั้น ไม่จำเป็นต้องแปรงทุกวัน แต่อย่างน้อยควรทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง และควรใช้ยาสีฟันที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง

 

โภชนาการ อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง

             

แมว แบ่งเป็น 3 ช่วงวัย คือ 

1.) ลูกแมว เน้นไปที่โปรตีน และแคลเซียมเป็นหลัก เพราะลูกแมวเริ่มเจริญเติบโต และเล่นซนมากขึ้นจึงต้องการพลังงานมาก ลูกแมวเริ่มกินอาหารเม็ดตั้งแต่ 2 เดือน ควรรับประทานอาหารสำหรับลูกแมวอายุ 2-12 เดือน โปรตีนไม่น้อยกว่า 36%  

2.) สำหรับลูกแมวอายุ 3 เดือนขึ้นไป ให้เน้นโปรตีนไม่น้อยกว่า 35%   

3.) แมวโตเต็มวัยช่วง 1 ปี ซึ่งร่างกายเริ่มโตเต็มที่แล้วการใช้พลังงานก็จะไม่เท่าลูกแมว แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยแมวแต่ละตัวเป็นหลัก โปรตีน หรือไขมัน อาจลดลงมาหน่อย และเน้นไปที่ส่วนผสมอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง ให้เน้นโปรตีนไม่น้อยกว่า 33%

    สิ่งที่เจ้าของแมวต้องสังเกตก่อนเลือกซื้ออาหาร คือ ส่วนผสมหลักๆ ที่จำเป็นต่อแมว ได้แก่ เนื้อปลาแซลมอนสด โภชนาการสูง น้ำมันปลาแซลมอน ทำให้ผิว ขน สวยงาม แร่ธาตุ และวิตามินจำเป็น รวมกว่าอีก 20 ชนิด โดยปัจจุบันอาหารสัตว์เลี้ยง ยังผสมกับผักผลไม้ ที่สามารถป้องกันการเกิดก้อนขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สุนัขแบ่งเป็น 4 ช่วงวัย คือ 

1.) อายุ 2-4 เดือน มีความคล้ายกับลูกแมว ที่อยู่ในช่วงกำลังซุกซน ทำให้ต้องการพลังงานมาก แต่ว่าโปรตีน จะน้อยกว่าแมวประมาณ 2.5 เท่า ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30%  

2.) ช่วงอายุ 4 เดือน จนถึง 1 ปี  เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นสุนัขสามารถวิ่งเล่นได้ทั้งวันทำให้หิวบ่อย และกินเก่งจึงโตค่อนข้างเร็ว ช่วงนี้ควรให้อาหารสำหรับวัยกำลังโตโดยเฉพาะ ให้อาหารที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 32% 

3.) สุนัขโตเต็มวัย 1 ปีขึ้นไป ในสุนัขพันธุ์เล็ก จะโตไวกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่ก็ควรเน้นอาหารที่ให้เรื่องของสุขภาพ เพราะระบบเผาผลาญ จะไม่ค่อยดีเท่าสุนัขวัยเด็ก ควรเน้นไปที่เนื้อสัตว์ และผัก

4.) สุนัขอายุมากมักจะมีปัญหาเรื่อง การคบเคี้ยว ควรเลือกอาหารสุนัขที่เม็ดนุ่ม เคี้ยวง่าย และสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อกระดูก ให้กับสุนัขที่ตัวโตอายุมาก 

สิ่งที่เจ้าของสุนัขต้องสังเกต ก่อนเลือกซื้ออาหาร คือ อาหารของสุนัข ทุกช่วงอายุ ควรมีโซเดียมต่ำ และสารอาหารที่สามารถช่วยลดกลิ่นฉี่ และอึได้ อีกทั้งสารอาหาร ที่ช่วยระบบย่อยอาหาร ดูแลไต ลำไส้ อาทิ FOS โพรไบโอติก เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ติดต่อสอบถามได้ที่

Tel : 085-9999698

Line official : @wtlvet คลิกลิงก์ https://lin.ee/mMSiWa4

Map : https://maps.app.goo.gl/FR3StzyLNSowNHNVA

Facebook : โรงพยาบาลสัตว์วุฒิเลิศการุณ เปิด 24ชม ระยอง รักษาสัตว์ 

https://www.facebook.com/WTLVET